สูตรอาหาร

สเต็กขาแกะ

ขาแกะเป็นอาหารที่ราคาแพงเมื่อเราทานที่ร้าน แต่ถ้าทำเองได้จะราคาถูกลงอย่างมาก

วันนี้อิ่มหมีได้ขาแกะมาจากฟู้ดแลนด์เลยนำมาทำสเต็กขาแกะแบบง่ายๆไม่ยุ่งยาก และอร่อยไม่แพ้ทานที่ร้านเลยค่ะ

วันนี้ไม่มีรูปถ่ายแต่เพื่อนๆสามารถติดตามได้ทางช่องของอิ่มหมีได้เลยจ้า

เครื่องปรุง

  1. ขาแกะ
  2. เกลือ
  3. ผงออล์สไปซ์
  4. ใบไทม์ สดหรือแห้งแล้วแต่หาได้
  5. โรสแมรี่ สดหรือแห้งแล้วแต่หาได้
  6. พาสลีย์สับ
  7. น้ำมันมะกอก

วิธีทำ

นำขาแกะมาหมักกับเครื่องปรุงทั้งหมดและน้ำมันมะกอกเล็กน้อยทิ้งไว้สัก 30 นาทีแล้วนำไปย่างบนกระทะ

หากมีผักเครื่องเคียงอื่นๆเช่น หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดสามารถนำไปคลุกกับเครื่องหมักแกะแล้วย่างบนเตานำมาทานคู่กันได้เลยค่ะ สำหรับสลัดที่ทานคู่กันอาจใช้น้ำสลัดบาซาลมิกทานคู่กับมะเขือเทศและผัดสลัดอื่นๆจะตัดความมันของสเต็กได้เป็นอย่างดี

 

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ ^^

ข้าวมันปลากระพง

ตามคำสัญญา วันนี้อิ่มหมีภูมิใจนำเสนอข้าวมันปลากระพงซึ่งเป็นเมนูที่อิ่มหมีคิดขึ้นมาเองระหว่างเดินทางกลับบ้านและท้องเริ่มหิวก็จะมีไอเดียบรรเจิดอยากทานนู้นนี่ขึ้นมา เจ้าเมนูนี้คิดเอาเองว่าหากจับนี่นิดผสมนั่นอีกหน่อยแล้วมันต้องอร่อยแน่ๆ ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วลองชิมดูก็ถูกอกถูกใจกันมากๆ  จริงๆแล้วอิ่มหมีไม่ชอบทานปลาตั้งแต่เด็กเพราะรู้สึกมาตลอดว่ามีกลิ่นคาว ดังนั้นพอนำปลากระพงมาปรุงอาหารเองจะต้องพิถีพิถันสุดๆเพื่อไม่ให้มีความคาวเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่งั้นทำทานแล้วต้องทิ้งจะเสียดายของมากค่ะ

ข้าวมันปลา

ก่อนอื่น เมนูนี้เราต้องการปลากระพงที่มีคุณภาพดีเพราะไฮไลท์สำคัญอยู่ที่เนื้อปลากระพง เนื้อปลาที่อิ่มหมีเลือกวันนี้เป็นปลากระพงสดแบบแล่เป็นก้อนใหญ่ๆ แล้วนำมาสไลด์เองที่บ้าน ไม่ควรใช้ปลากระพงที่แช่แข็งมาเพราะเนื้อจะไม่ดีเท่าและก็จะมีกลิ่นคาวมากกว่า

พื้นฐานในการนำเนื้อสัตว์มาทำอาหารคือห้ามนำมาให้ความร้อนในขณะที่เนื้อยังเย็นเป็นน้ำแข็งอยู่เพราะจะทำให้ได้เนื้อที่กระด้างและการที่เนื้อยังเย็นจัดหากนำไปลวกหรือนึ่งจะทำให้อุณหภูมิของการปรุงลดลง ก็จะทำให้มีกลิ่นคาวอีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นปลาแล้วเนื้อจะเละง่ายถ้าใช้ความร้อนไม่เหมาะสม

สิ่งสำคัญอีกประการในการทำอาหารที่อิ่มหมียึดถือคือ Less is more หมายถึงว่าเมื่อเราเลือกเครื่องปรุงที่มีคุณภาพดี สด สะอาดมาทำแล้ว เราไม่จำเป็นต้องปรุงหรือหมักอะไรมากเกินไป แต่ควรจะสนุกสนานกับรสชาติแท้ๆของมันให้มากกว่า ดังนั้นเคล็ดลับของจานนี้คือเนื้อปลาที่ใช้ต้องสดและดีค่ะ

โม้มายาวมาก มาเข้าสู่เครื่องปรุงและวิธีทำกันเลยดีกว่า

……………………………………………………………………………….

เครื่องปรุงข้าวมัน

  1. ข้าวหอมมะลิกลางปี 2 ถ้วย
  2. น้ำซุปไก่ 3 ถ้วย
  3. ขิงแก่ทุบ 1 แง่ง
  4. น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือป่น และน้ำตาลเล็กน้อย

วิธีทำข้าวมันอย่างง่าย (แบบไม่ต้องนำข้าวไปผัดก่อน)

ซาวข้าวให้สะอาด เติมน้ำซุป ขิงแก่ น้ำมันพืช เกลือป่นและน้ำตาลเล็กน้อย คนให้เข้ากันและกดหุงตามปกติ เมื่อข้าวสุกแล้วให้ใช้ทัพพีไม้ตะกุยข้าวอย่างเบามือเพื่อให้ข้าวเรียงเมล็ด ปิดฝาหม้อทิ้งไว้รอตักใส่จาน

…………………………………………………………………………………..

เครื่องปรุงเครื่องปลากระพง

  1. เนื้อปลากระพงสด  6-7 ขีด ล้างน้ำเกลือและน้ำธรรมดาปิดท้าย ซับให้แห้ง นำมาหั่นชิ้นพอดีคำ
  2. สามเกลอ (กระเทียม รากผักชี พริกไทยโขลกละเอียดเข้ากัน) 2 ช้อนโต๊ะพูน
  3. คึ่นไช่ 3-4 ต้น
  4. เกลือป่นเล็กน้อย
  5. ต้นหอม ผักชี
  6. เต้าเจี้ยว  2 ช้อนโต๊ะ
  7. พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมันพืช
  11. น้ำซุปไก่
  12. ตั้งไฉ่ (แล้วแต่ชอบ ถ้าไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร)

ข้าวมันปลา_2

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำมันไฟปานกลาง นำสามเกลอลงไปเจียวจนหอม ตักใส่ถ้วยพักไว้
  2. ตั้งหม้อนึงด้วยไฟปานกลางรอไว้
  3. เนื้อปลากระพงสดที่หั่นเตรียมไว้นำมาโรยเกลือและน้ำมันเจียวสามเกลอ นำไปวางบนตะแกรงนึ่งที่มีคึ่นไช่รองไว้  นึ่งประมาณ 7-8 นาที ในหม้อนึ่งที่น้ำเดือดจัด
  4. ระหว่างที่รอนึ่งก็หันมาทำซอสเต้าเจี้ยวด้วยการผสม เต้าเจี้ยว พริก มะนาวลงไปคนให้เข้ากัน
  5. เมื่อปลาสุกดีแล้วจัดเสิร์ฟด้วยการตักข้าวใส่ถ้วย โรยน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเล็กน้อย สามเกลอเจียว ตั้งไฉ่ วางทับด้วยเนื้อปลากระพง ต้นหอมผักชีซอย ราดน้ำซุปไก่เพิ่มเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ข้าวแห้งเกินไปพร้อมอร่อยได้ทันทีค่ะ

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ

ข้าวมันปลา_1

กระเพราทะเลเดือด

อิ่มหมีกลับจากบ้านต่างจังหวัดที่สมุทรสงคราม ระหว่างทางชอบแวะไปซื้ออาหารทะเลสดๆจากตลาดทะเลไทยกลับมาด้วย คราวนี้ตั้งใจอยากทำผัดกระเพราแซ่บๆ และด้วยความที่ชอบทานหอยก็เลยเน้นไปที่หอยมากหน่อย อิอิ  แต่หากเพื่อนๆชอบอาหารทะเลอื่นๆเช่นกรรเชียงปู หมึก ปลาก็สามารถนำมาผัดได้เช่นกันค่ะ  มาดูวิธีทำกันเลยนะคะ

กระเพราะทะเลเดือด1

เครื่องปรุง

  1. อาหารทะเลที่ชอบ เช่นเนื้อปู กุ้ง หอย ปลา หมึก
  2. ใบกระเพราแดง 1 กำมือ
  3. พริกขี้หนูสวน
  4. กระเทียม
  5. ซอยหอยนางรม
  6. น้ำปลา
  7. น้ำตาลทรายเล็กน้อย
  8. น้ำมันพืช
  9. น้ำเปล่าเล็กน้อย
  10. ใบมะกรูด พริกเหลืองหั่นสำหรับตกแต่ง

 

วิธีทำ

  1. เตรียมอาหารทะเลไว้ให้พร้อม หากมีหอยแมลงภู่สดให้นำหอยไปแช่ในน้ำผสมเกลือและปล่อยให้แช่ในน้ำนิ่งสักชั่วโมงนึงเพื่อให้หอยคายสิ่งสกปรกออกมาแล้วแกะเอาฝาออกด้านหนึ่ง  กุ้งแกะเปลือกและผ่าหลัง หอยนางรมและปลาสดลวกพักไว้ก่อนค่ะ

กระเพราทะเลเดือด2

  1. กระเทียมและพริกขี้หนูตำให้แหลกเข้ากัน นำไปผัดในน้ำมันพืชเล็กน้อยจนหอม
  2. ใส่ซอสหอย น้ำปลา น้ำตาลลงไป ใส่น้ำเล็กน้อยถ้าผัดไปแล้วน้ำเริ่มแห้ง หากมีน้ำพริกเผาสามารถในได้เพื่อเพิ่มความเข้มข้น ชิมรสให้ได้ตามชอบใจ
  3. นำอาหารทะเลลงไปผัดให้เข้ากัน อย่าผัดนานเกินไปเพราะจะทำให้อาหารทะเลกระด้าง เสียรสชาติค่ะ
  4. ใส่ใบกระเพรา ใบมะหรูดและพริกเหลืองเป็นลำดับสุดท้าย ผัดไวๆให้ทั่วแล้วตักเสิร์ฟ

 

รับชมคลิปทำผัดกระเพราทะเลเดือดได้เลยจ้า

 

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ ^^

ไข่เจียวนุ่มฟูแบบไม่อมน้ำมัน By อิ่มหมี

หลังจากที่ลองผิดลองถูกกับไข่เจียวหลายแบบในที่สุดอิ่มหมีก็ขอมาลงเอยกับเจ้าไข่เจียวนุ่มฟูที่หน้าตาคล้ายๆ bun ที่แตกต่างตรงที่มันไม่อมน้ำมันและหนานุ่มมาก เมื่อตัดออกมาทานจะคล้ายๆกับเนื้อขนมปังเลยทีเดียว

ส่วนผสมแสนจะพื้นๆ แต่ถ้าจะทำได้ต้องมีเคล็ดลับที่อิ่มหมีขอแชร์แบบไม่มีกั๊ก มาดูกันเลยค่ะ

 

Moldiv_1456059836124

 

เครื่องปรุง

  1. ไข่ไก่ 4 ฟอง
  2. น้ำปลา
  3. พริกไทยเล็กน้อย
  4. เนื้อปู กุ้งสับ หรือหมูสับ
  5. น้ำมันพืช

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  1. หม้อ
  2. กระบวยใหญ่ ถ้าหาขนาดประมาณร้านก๋วยเตี๋ยวได้ยิ่งดี
  3. ตะเกียบหรือส้อม

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อไฟแรง เติมน้ำมันพืชลงไปให้กะว่าถ้านำกระบวยลงไปแช่น้ำมันจะต้องท่วมกระบวย ระหว่างนั้นตีไข่และส่วนผสมที่เหลือเข้าด้วยกัน ไม่ต้องตีเยอะกะแค่พอให้ผสมกันทั่วๆ
  2. พอน้ำมันร้อนจัด เทไข่ที่ตีลงในกระบวยและจุ่มกระบวยลงในน้ำมันให้มิด ใช้ตะเกียบหรือส้อมคนในกระบวยให้ไข่สุก พอไข่เริ่มเซ็ตตัวจึงหยุดคน แช่ไว้สักพักจนผิวเริ่มเกรียม ค่อยๆใช้ช้อนหรือตะเกียบแซะเบาๆให้ไข่หลุดจากกระบวย
  3. พลิกไข่อีกด้านลงทอดให้สุกและสีสม่ำเสมอทั่วถึง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันและเสิร์ฟพร้อมซอสพริกศรีราชา หรือซอสพริกแดงทั่วไปก็ได้ค่ะ

Moldiv_1456059798468

ด้วยวิธีนี้จะได้ไข่หนาหนุ่ม ไม่อมน้ำมันและไม่แฟบแบนเมื้อทิ้งไว้เลยค่ะ

มีคลิปตอนทอดด้วยนะเออ ไม่รักจริงไม่อัดมาให้ดูน้าาาา

 

จัดเสิร์ฟในจานทานกับข้าวร้อนๆมันอร่อยมากจริงๆ ลองไปทำดูกันนะคะ

 

Moldiv_1456059896780

 

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ ^^

สูตรลับที่เปิดเผย น้ำซุปใสสีเหลืองอำพัน

สัปดาห์ที่ผ่านมาอากาศเปลี่ยนแปลงมากทำเอาคนใกล้ตัวไม่ค่อยสบาย อิ่มหมีจึงทำน้ำซุปใสสีเหลืองอำพันแสนกลมกล่อมที่เมื่อได้ชิมแล้วจะลืมน้ำซุปเดิมๆ หรือซุปก้อนที่เคยรู้จักไปเลยทีเดียว

5

น้ำซุปนี้นอกจากจะนำมาซดให้คล่องคอแล้วอิ่มหมีชอบนำอกไก่ต้มฉีกเป็นเส้นบางๆลงไป จะได้ซุปใสไก่ฉีกที่รับประกันความเลอค่า ว่าไปโน่น 5555  โม้มายาวมาดูวิธีทำกันดีกว่า

 

เครื่องปรุง

1.ซี่โครงไก่ 1 โครง

  1. ซี่โครงหมู 0.5-1 กิโลกรัม
  2. หอมใหญ่ 1-2 หัว หั่นซีก
  3. ขิงทุบ
  4. กระเทียมกลีบใหญ่ทุบให้ใจแตก 5 กลีบ
  5. มะเขือเทศ 2-3 ผล ผ่าครึ่ง
  6. พริกไทยดำ 10 เม็ด บุบพอแตก
  7. รากผักชี 2 รากทุบพอแตก
  8. เกลือทะเลเล็กน้อยปลายหยิบมือ

 

วิธีทำ

ตั้งน้ำซุปลงในหม้อกระปริมาณให้พอท่วมซี่โครงทั้งหมดพอเดือดให้นำโครงไก่และหมู ตามด้วยเครื่องปรุงทีเหลือ  ลงไฟลงให้เดือดพอปุดเบาๆ หมั่นช้อนฟองและน้ำมันส่วนเกินออก

2

ตั้งไฟอ่อนไปเรื่อยๆใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จะได้น้ำซุปใสสวยงามแสนอร่อย

3

 

ไว้สำหรับทานอุ่นๆหรือเป็นซุปเบสสำหรับอาหารอื่นๆ เช่นแกงจืด ผัดผัก(ใช้น้ำซุปช่วยปรุงรส) และอื่นๆตามต้องการ

 

ใครชอบแทะส่วนเนื้อติดกระดูก นี่คือนาทีทอง 555

4

หากใครชอบรสยาจีน อาจเติมเครื่องยาจีนลงไประหว่างตุ๋นกระดูกก็ได้ค่ะ

 

สำหรับอิ่มหมีชอบมากๆที่จะนำอกไก่ลงไปต้มพอสุก ฉีกเป็นเส้นๆโรยลงไป เพียงแค่นี้จะได้ซุปใสไก่ฉีกที่อร่อยสุดยอดเลยค่ะ

1

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ

 

อิ่มหมีพาชิมอาหารฝรั่งเศส ร้าน Lyon French Cuisine ซอยร่วมฤดี

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบแต่งงานของอิ่มหมี บวกกับอยากทานอาหารฝรั่งเศสแบบที่เคยไปทานตอนไปเที่ยวปารีสครั้งก่อน เลยเลือกทานร้าน Lyon (ลีญอง) ซอยร่วมฤดี ตรงข้ามกับโรงแรมคอนราด  ร้านหาง่ายมากค่ะมีป้ายชัดเจน

ร้าน Lyon French Cuisine เป็นร้านที่ค่อนข้างถูกใจอิ่มหมีมาก เพราะเรามองหาร้านอาหารฝรั่งเศสแบบ Conventional มีความเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตรองมากมาย  แต่ถ้าใครคาดหวังความสวยงามหวือหวาของอาหารบนจานอาจมองผ่านร้านนี้ไปได้ เพราะอย่างที่บอกว่ามันคืออาหารฝรั่งเศสแบบเก่าที่ร้านยังคงเอกลักษณ์ตั้งแต่เปิดร้านมาสามสิบปี  ที่สำคัญใครที่ไม่สันทัดวิธีการสั่งแบบเป็นคอร์สของอาหารแบบตะวันตก จะสั่งเป็นจานแล้วทานแบบบ้านเราก็ได้ไม่ต้องเคอะเขิน

ราคาอาหารต่อจานของที่นี่โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณสามร้อยบาท แต่ถ้าเลือกทานขาแกะราคาจะอยู่ราวๆจานละพัน ทั้งนี้ราคาจะสูงแค่ไหนขึ้นกับว่าเราเลือกสั่งอลังแค่ไหนค่ะ

 

เริ่มจากสปาร์คกิ้งไวน์เพื่อเตรียมพร้อมต่อมรับรสอาหารของเรากันเสียหน่อย

5

พนักงานเสิร์ฟจะนำบาแกตต์ หรือขนมปังฝรั่งเศสพร้อมเนยที่ตีจนขึ้นฟูมาเสิร์ฟ เจ้าขนมปังนี้ไม่ว่าเราจะไปนั่งทานร้านไหนในฝรั่งเศสหรือหลายๆประเทศในยุโรปเค้าก็จะมีใส่ตะกร้าวางไว้บนโต๊ะให้เราทานไม่จำกัดอยู่แล้ว อิ่มหมีชอบขนมปังที่นี่มากๆ เพราะมันอร่อยกว่าที่ทานทุกร้านในฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นบาแกตต์คุณภาพดีทีเดียวค่ะ  (หิวมากมัวแต่ทานเลยลืมถ่ายรูปเลย)

 

1

บรรยากาศในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายสวยงาม พนักงานสุภาพเรียบร้อยและเอาใจใส่ดีค่ะ

 

อย่างที่บอกว่าอาหารฝรั่งเค้ามักจะทานกันเป็นคอร์ส เช่น 3คอร์ส คือมีอาหารเรียกน้ำย่อย จานหลัก และของหวานตบท้าย หรือทานกัน  5 คอร์ส ก็จะมี ชีส ชา กาแฟ เชอร์เบท หรืออะไรก็ว่าไปเพื่อเคลียร์ต่อมรับรสเพื่อให้พร้อมสำหรับเมนูถัดไป จะอลังดารกว่านั้นเป็นสิบกว่าคอร์สก็ยังมี แต่โดยทั่วไป 3 คอร์สอิ่มหมีก็ว่าอิ่มใช้ได้แล้วค่ะ

 

วิธีการดูเมนูสำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารตะวันตก คือแต่ละหน้าหรือส่วนหลักๆของเมนูเค้าก็จะบอกว่ามี Starter, Main dish , Dessert เมนูอะไรบ้าง  เราก็อาจจะเลือก Starter เป็นสลัด  จานหลักเป็นเสต็ก ของหวานเป็นเครป อะไรทำนองนี้ค่ะ

 

วันนีอิ่มหมีขอเริ่มจากฟัวการ์ส หรือตับห่านอันลือชานั่นเองค่ะ ของโปรดมากและตั้งใจอย่างยิ่งยวดที่จะทานในมื้อนี้  จานนี้ราคาประมาณหกร้อยบาทค่ะ

ปกติฟัวการ์สจะมีความมันค่อนข้างมาก จึงมักเสิร์ฟกับผลไม้หรือซอสรสเปรี้ยว วันนี้จัดเสิร์ฟฟัวกราส์ที่ย่างมากำลังดีมาบนลูกพีชสด ทานคู่กับสลัดน้ำส้มสายชู เข้ากันดีมาก ปลื้มมากๆค่ะ

2

อีกจานคือ Escargot หรือหอยทากอบเนย จำราคาได้ไม่แน่ชัด ที่คิดไว้ตั้งแต่บ้านแล้วว่าะมาทาน จานนี้อิ่มหมีไม่ต้องลำบากลำบนคีบเองแบบที่ทานที่ฝรั่งเศสเพราะเค้าแยกเอาแต่เนื้อออกมาให้แล้วค่ะ

3

 

ถัดมาเป็นอาหารจานหลักที่จัดหนักมาก  ขอเริ่มด้วยขากบฝรั่งเศสราคาประมาณหกร้อยบาทอีกเมนูที่รู้จักกันดีในหมู่คนชอบทานค่ะ

4

สเต็กขาแกะ ประมาณ 1100 บาท จานนี้คือสุดยอดสำหรับค่ำนี้ อิ่มหมีสั่งแบบมีเดียมแรร์ ซึ่งย่างออกมาได้พอดีเป๊ะ เนื้อนุ่มหวานฉ่ำเข้ากับเครื่องเคียงผักหอมเนยที่เสิร์ฟมาคู่กัน

8

 

Rock Lobster อบชีสสดอร่อย  ออกจะครีมๆมันๆ ใครชอบชีสหนักๆ ขอแนะนำจานนี้ค่ะ

ราคาประมาณหกร้อยบาทเช่นกันค่ะ

7

 

จานหลักดังกล่าวมาข้างต้นจะสมบูรณ์แบบไปไม่ได้เลยถ้าขาดซอสหลากหลายที่จัดมาให้ดังนี้ค่ะ

ขอยกความดีทั้งหมดทั้งมวลให้กับมิ้นท์เจลลี่ที่ทำให้เอร็ดอร่อยตัดความมันของอาหารได้เป็นอย่างดี

6

 

ด้วยความที่เราจัดหนักทั้งของทานเล่นและจานหลักไปแล้ว ที่แรกว่าจะทานเครปคงไม่ไหว จึงขอตบท้ายเบาๆด้วยลูกพรุนราดซอสไวน์แดง

9

 

ค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้อยู่ที่ราวๆ ห้าพันบาทถ้วนรวม Vat และ Service Charge และหักส่วนลดจากบัตร AMEX 10% ไปเรียบร้อยแล้ว  จริงๆถ้าใครไม่ได้เป็นแบบสายแข็งเน้นทานสบายๆไม่อึดอัด ส่วนใหญ่ก็จะตกหัวละพันนิดๆค่ะ  แต่ถ้าใครทานล้างผลาญราคามันก็จะกระโดดมาอย่างที่เห็นด้วยปริมาณของมันทำให้แทบคลานกลับบ้าน

 

อิ่มหมีขอจบการรีวิวอาหารฝรั่งเศสจากร้าน Lyon French Cuisine ไว้เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่กับอิ่มหมีอิ่มนอกบ้านนะคะ

 

 

 

 

มหากาพย์ไก่บอนชอน และเคล็ดลับเมนูทอดที่แม่ครัวทั้งหลายห้ามพลาด

มหากาพย์ไก่บอนชอน และเคล็ดลับเมนูทอดที่แม่ครัวทั้งหลายห้ามพลาด

Bonchon 1

ฮิตกันมากๆกับไก่บอนชอนสัญชาติเกาหลีที่ต้องไปต่อแถวกันยาวกว่าจะได้ชิม ด้วยความกรอบนอกนุ่มในและซอสบาร์บีคิวสไตล์เกาหลีสามรสที่มีความเผ็ดร้อนของโกชูจังซึ่งเป็นน้ำจิ้มพริกคู่ครัวเกาหลีเป็นตัวชูโรง

สัปดาห์นี้มีเวลาว่างสักหน่อย อิ่มหมีจึงมาทำไก่บอนชอนทานเองบ้าง  ซึ่งถ้าจะบอกว่าง่ายซะทีเดียวก็คิดว่าจะเป็นการโกหกไปนิดนึง เพราะโดยประสบการณ์ทำอาหารมา เมนูทอดเป็นเมนูที่ทำให้อร่อยยากพอสมควร เพราะแม่ครัวต้องมีความเข้าใจในการเลือกน้ำมัน แป้งทอดกรอบที่ใช้ อุณหภูมิการทอดที่เหมาะสม และมีประสบการณ์ในการคะเนระดับความสุกที่เหมาะสม  แต่รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน

 

วันนี้นอกจากจะแชร์สูตรไก่บอนชอนแล้ว ยังจะมีการแชร์เคล็ดลับในการทำเมนูทอดให้อร่อยจากประสบการณ์ที่อิ่มหมีลองผิดลองถูกมานาน  ดังนั้นบทความนี้มันจะต้องยาวแน่ๆ เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่มีเวลาว่างนิดนึงค่ะ

 

น้ำมัน

การจะทอดอาหารให้กรอบอร่อย ไม่อมน้ำมัน สิ่งแรกที่ต้องทราบคือน้ำมันที่ใช้ทอด  เพราะถ้าเราเลือกผิด นอกจากจะทำให้อาหารไม่อร่อยแล้วยังส่งผลเสียต่อร่างกายได้

ด้วยความที่อาหารทอดจะต้องผ่านการให้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน น้ำมันที่ใช้จะต้องมีจุดเกิดควันที่สูง พูดง่ายๆคือต้องทนต่อการทอดความร้อนสูงได้ดี เช่นน้ำมันปล์ม น้ำมันรำข้าว เป็นต้น

หากใช้น้ำมันที่ทนอุณหภูมิสูงๆได้ไม่ดีมากนักยังมีโอกาสที่ไขมันกลายสภาพเป็นทรานส์แฟตซึ่งส่งผลสียต่อสุขภาพด้วยนะจ๊ะ  นอกจากนั้นปริมาณน้ำมันต้องมากพอ ห้ามงก เพื่อให้สุกได้ทั่วถึง

 

อุณหภูมิ

อย่างที่บอกไปว่าอุณหภูมิในการทอดต้องสูง เพื่อให้อาหารไม่อมน้ำมัน ก็อาจจะเกิดคำถามว่าแล้วรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันร้อนพอแล้ว วิธีง่ายๆก็คือ เมื่อตั้งกระทะทอดแล้วอย่าเพิ่งเติมน้ำมันลงไปรอจนกระทะร้อนจัดสังเกตจากเห็นไอระอุจะกระทะหรือลองเอามืออังจะรู้สึกได้ว่าร้อนผ่าวๆ ค่อยเทน้ำมันลงไปแล้วทิ้งไว้สักพัก ลองเอามืออังดูแล้วร้อนผ่าวๆอีกครั้งแต่ไม่ถึงขนาดว่าควันขึ้นก็ทอดได้แล้วค่ะ  อีกวีธีหนึ่งคือลองหย่อนอาหารชิ้นเล็กๆลงไปถ้าลงไปแล้วเสียงฉ่า ไม่จมลงไปแบบนิ่งๆก็ถือว่าร้อนใช้ได้

 

จำนวนอาหารที่นำลงไปทอด

ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะทุกครั้งที่เราหย่อนอาหารลงทอด อุรหภูมิของน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาหารอมน้ำมันหากความร้อนไม่เพียงพอ ดังนั้นห้ามขี้เกียจด้วยการทอดทีละเยอะ  รับรองว่าอาหารอร่อยคุ้มค่าแก่ความอดทนแน่นอนค่ะ

 

แป้งทอดกรอบ

แป้งที่ใช้ทอดเป็นอีกส่วนสำคัญมาก ที่ทำให้อาหารกรอบ กรอบทานคงตัว หรือฟูน่ารับประทาน แม่ครัวมักจะผสมแป้งชนิดต่างๆในอัตราส่วนที่แตกต่างกันเพื่อให้อาหารทอดมีลักษณะตามต้องการแล้วแต่สูตรบ้านใครบ้านมัน  ส่วนมากแล้วแป้งที่ใช้ทอดอาจมีการผสมระหว่างแป้งอเนกประสงค์ แป้งข้าว แป้งมันฝรั่ง แป้งข้าวโพด อาจรวมถึงเบกกิ้งโซดาด้วยค่ะ

 

ที่กล่าวไปนี้ก็เป็นเคล็ดลับสำคัญๆที่ใช้ในการทอดให้กรอบอร่อย แต่รายละเอียดอื่นๆยังมีปลีกย่อยแตกต่างกันไปแล้วแต่สูตรบ้านใคร  ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ลองผิดลองถูกมามาก

 

โม้มานานเรื่องเคล็ดลับการทอด  เราก็มาทำไก่บอนชอนทานกันบ้างดีกว่า

หรือเพื่อนๆสามารถติดตามได้จากคลิปอิ่มหมีสอนทำไก่บอนชอนได้ที่นี่

 

เครื่องปรุง

  1. ไก่ส่วนน่อง ปีก หรือสะโพกตามที่ชอบ  1 กิโลกรัม
  2. แป้งเอนกประสงค์ 1 ถ้วย
  3. แป้งมันฝรั่ง 1/2 ถ้วย
  4. แป้งข้าวโพด  1/2 ถ้วย
  5. เบกกิ้งโซดา  1 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่นเล็กน้อย
  7. กระเทียมสับ 4-5 กลีบ
  8. พริกไทยดำ
  9. งาขาวเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับทอด
  10. โกชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ
  11. ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำส้มสายชู 3/4 ช้อน
  13. น้ำผึ้งนิดหน่อย

 

วิธีทำ

  1. นำไก่ลงหมักกับเกลือเล็กน้อยนำเข้าตู้เย็นครึ่งชั่วโมง

 

  1. เจียวกระเทียมกับน้ำมันเล็กน้อยตามด้วยโกชูจัง ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชู น้ำผึ้ง ชิมจนได้รสกลมกล่อม ตักน้ำซอสพักไว้

 

  1. น้ำแป้งข้าวโพด มันฝรั่ง แป้งเอนกประสงค์ผสมเข้าด้วยกัน  นำไก่ลงมาคลุกเคล้าจนทั่วแล้วทอดในน้ำมันร้อน ไฟกลางจนสีเหลืองทอง  ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันและทิ้งไว้ให้เย็น  ไก่ที่ทอดครั้งแรกนี้สามรถแบ่งใส่ตู้เย็นทยอยเอามาทอดทีหลังได้เมื่ออยากรับประทานในภายหลัง

Bonchon 3

  1. ทอดไก่ครั้งที่สองด้วยไฟแรงจนไก่กรอบได้ที่  ยกขึ้นสะเด็ดน้ำมันBonchon 2
  2. นำไก่ทอดคลุกเคล้ากับซอสจนทั่ว โรยด้วยงาขาว พร้อมเสิร์ฟ

Bonchon 1

 

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ

เยลลี่น้ำผลไม้

วันนี้อิ่มหมีขอชวนเพื่อนๆมาเยลลี่ที่พิเศษกว่าเยลลี่ทั่วไปตรงที่เราใช้น้ำผลไม้สดแบบที่เราชอบ เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยใบสะระแหน่และยังมีชั้นของฟองนุ่มๆบนผิวหน้า  สามารถเตรียมสำหรับปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หรือทานเล่นในวันที่อากาศร้อนๆค่ะ

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เครื่องปรุง

น้ำผลไม้ที่ชอบ 500 ml อิ่มหมีเลือกใช้น้ำแอปเปิ้ลค่ะ

เจลาติน  6-7 แผ่น แช่น้ำจนนุ่ม

ใบสะระแหน่ 1 กำ

น้ำเชื่อมตามชอบ

 

วิธีทำ

นำเจลาตินที่แช่น้ำจนนุ่มสะเด็ดเอาแต่เจลาตินมาละลายกับน้ำร้อนเล็กน้อย คนให้ละลายเข้ากันดี เข้าเครื่องปั่นผสมกับน้ำผลไม้และใบสะระแหน่ หากชอบความหวานอาจเติมน้ำเชื่อมตามชอบ จากนั้นเทใส่แก้ว ช้อนฟองโปะทับบนผิวหน้าเยลลี่และนำเข้าตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อให้เซ็ตตัวดี

 

เพื่อนๆสามารถดูวิดิโอสาธิตวิธีการทำจากอิ่มหมีได้ข้างล่างเลยค่าาา

 

Apple Jelly by Immhee

 

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ

สปาเก็ตตี้ครีมไข่กุ้ง

วันหยุดยาวเวียนมาอีกครั้ง ใครที่ไม่ได้ออกต่างจังหวัดและมองหาเมนูอร่อยๆทานเล่นที่บ้าน

อิ่มหมีขอเสนอสปาเก็ตตี้ครีมไข่กุ้ง เมนูในดวงใจของใครๆหลายคนที่ทำง่ายเหลือเชือ

ไข่กุ้งนี้อิ่มหมีเดินหาในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายที่แต่ไม่ค่อยจะเจอ มาตลกตรงที่เจอขายในตลาดนี่แหละ กล่องนึง 50 บาทสามารถนำมาทำได้หลายจานทีเดียว บอกได้เลยว่าคุ้มค่ะ

Moldiv_1449060116614

เครื่องปรุง

  1. สปาเก็ตตี้  1 กำมือ
  2. เนย 1 ช้อนโต๊ะ
  3. วิปครีมหรือนมสด  ครึ่งถ้วย
  4. ไข่กุ้ง  ตามชอบ
  5. มายองเนส 1-2 ช้อนโต๊ะ
  6. พริกไทยดำ
  7. เกลือเล็กน้อย
  8. น้ำมันมะกอกเล็กน้อย
  9. ผงมัสตาร์ดเล็กน้อย (ถ้ามี)

วิธีทำ

ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ในน้ำเดือดที่เติมเกลือเล็กน้อย เวลาตามคำแนะนำข้างซอง พอครบเวลานำไปสะเด็ดล้างด้วยน้ำเย็นและคลุกกับน้ำมันมะกอกรอไว้

ตั้งกระทะ นำเนยไปผัดจนละลายตามด้วยวิปครีม มายองเนส เกลือ พริกไทยดำ ผงมัสตาร์ดจนละลายเข้ากัน  ใส่ไข่กุ้งลงไปและปิดไฟทันที

Moldiv_1449060170044

นำสปาเก็ตตี้ลงคลุกกับครีมที่ได้ ตักเสิร์ฟ

Moldiv_1449060116614

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ

ไอศครีมยาคูลท์

ใครชอบยาคูลท์ยกมือขึ้นนนนนน เชื่อแน่ว่าต้องเป็นนมเปรี้ยวในดวงใจของใครหลายๆคน

และจะดีไม่น้อยถ้ามันอยู่ในรูปไอศครีม ^^

yakult ice cream 2

จริงๆแล้วสูตรไอศครีมยาคูลท์มีหลายสูตร แต่ด้วยความที่อิ่มหมีอยากทานแบบง่ายที่สุดและอยากทานไอติมแบบที่ไม่ใช่เนื้อเชอร์เบทก็เลยออกมาเป็นไอศครีมแบบที่เรากำลังจะได้ชมกันค่ะ

ส่วนผสม

  1. ยาคูลท์ 4  ขวด
  2. วิปครีม ครึ่งถ้วย
  3. น้ำมะนาวไซรัป 2-3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมทุกอย่างแช่เย็นไว้นะคะ โดยเฉพาะวิปครีมควรจะต้องเย็นจัดเพื่อให้ง่ายกับการใช้ตะกร้อมือตีให้ขึ้นฟูค่ะ

สำหรับน้ำมะนาวไซรัปอิ่มหมีมีติดตู้เย็นไว้สำหรับทำเครื่องดื่มเย็นดื่มหลังเลิกงานอยู่แล้ว ซึ่งเพื่อนๆเตรียมได้เองง่ายมากๆ เพียงแค่ผสมน้ำมะนาวและน้ำตาลทรายขาวเข้าด้วยกัน ตั้งไฟอ่อนจนเดือดก็ยกลงเก็บใส่โหลแก้วแช่ตู้เย็นไว้ได้เลยค่ะ

วิธีทำ

ผสมยาคูลท์กับมะนาวไซรัป คนให้เข้ากัน แล้วหันไปตีวิปครีมด้วยตะกร้อมือจนตั้งยอดอ่อน ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีค่ะ

Processed with Moldiv

ค่อยๆผสมยาคูลท์และวิปครีมที่ตีแล้วเข้าด้วยกัน เก็บใส่ภาชนะแล้วนำเข้าช่องฟรีซ พอไอศครีมเริ่มแข็ง (ประมาณ 4 ชั่วโมง)

Processed with Moldiv

นำออกมาเอาส้อมตะกุยให้เนื้อละเอียด นำไปแช่ใหม่จนได้เนื้อที่เนียนขึ้นแล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ

yakult ice cream 1

ขอให้สนุกกับการทำอาหารนะคะ