แบคแพคฝรั่งเศส-สวิส-อิตาลี 1/2014

ตอนที่ 1/15 : มุ่งหน้าสู่ปารีส

P1011497.JPG

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอิ่มหมีเดินทางไปยุโรปโดยที่หมายของเราคือปารีส สวิสเซอร์แลนด์และอิตาลี รวมเวลาทั้งหมดคือ 15 วันเต็มสำหรับการท่องเที่ยวเลยตั้งใจจะเขียนเป็นซีรีส์การเดินทางของพวกเราจำนวน 15 ตอน ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะอาหารแต่จะมีสถานที่ต่างๆที่เราได้เดินทางไปกันด้วยค่ะ

ทริปนี้จริงๆเกิดขึ้นจากความตั้งใจว่าจะเดินทางไปเที่ยวด้วยกันกับคุณสามี เราคิดและคุยกันหลายครั้งมากว่าจะไปประเทศไหน สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะไปฝรั่งเศสและอิตาลีตามความฝันของสามีเมื่อครั้งมายุโรปครั้งก่อนที่ประทับใจเสน่ห์ของที่นั้นและตั้งใจว่าเราทั้งสองจะได้เดินทางไปที่นั่นอีกครั้งพร้อมๆกัน โดยที่เราขอเพิ่มสวิสลงไปเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเจอแต่บรรยากาศเมือง

หลังจากตกลงกันแล้วเราทำกันเองทุกอย่างตั้งแต่วางแผนเที่ยว จองที่พัก รถไฟ ตั๋วเครื่องบิน วางแผนเดินและร้านอาหารที่ไม่ควรพลาด แบบที่เรียกว่าทำการบ้านค่อนข้างเยอะเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดระหว่างการเดินทาง

เครื่องบินออกสามทุ่มของคืนวันพฤหัสบดีที่ 9ตุลาคม แวะต่อเครื่องที่โดฮาประเทศการ์ต้าและถึงสนามบินชาร์ลเดอโกล ฝรั่งเศสเวลาประมาณ 7โมงเช้า หลังจากทำธุระที่สนามบินโดยหลักๆคือการซื้อตั๋วปารีสมิวเซียมพาส บัตรเบ่งที่จะทำให้เราสามารถเข้าออกพิพิธภัณฑ์สำคัญๆในปารีสได้อย่างเต็มที่ไม่จำกัดจำนวนครั้งในระยะเวลาที่กำหนดในเค้าท์เตอร์ที่สนามบินแล้ว เราก็นั่งรถไฟ RER ซึ่งเป็นรถไฟชานเมือง เข้าสู่ปารีสซึ่งจะตัดกับสถานี Metro ใหญ่ๆในตัวเมืองซึ่งใกล้ที่พักของเราเพื่อฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนออกมาเที่ยวเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน

ส่วนตัวคิดว่าหากเพื่อนๆ ไปกันเป็นกลุ่ม การใช้บริการรถแทกซี่สนามบินจะสะดวกสบายกว่าค่ะ เพราะรถไฟ RER สายนี้ วิ่งผ่านย่านเสื่อมโทรมชานเมืองปารีสซึ่งดูค่อนข้างน่ากลัว แม้จะอยู่บนรถไฟก็ตาม อย่างที่สองคือรถค่อนข้างแน่นค่ะ ถ้าจะนึกภาพให้ออกก็ให้นึกถึงรถไฟชั้นสามบ้านเรา แต่สะอาดกว่าและตรงเวลา วิ่งจากดอนเมืองเข้ามาหัวลำโพง อย่างสุดท้ายคือการเปลี่ยนรถไฟ ที่ถ้าไม่คุ้นเคยกับระบบรางของปารีสจะค่อนข้างสับสน และใช้พลังไปเยอะพอสมควรกว่าจะถึงที่พักค่ะ

สถานที่แรกที่เราเลือกไปชมคือประตูชัยอาร์ค เดอ ทริออม (Arc de triomphe de l’Étoile) ที่ถูกสร้างในสมัยนโปเลียนเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ต่อสู้เพื่อฝรั่งเศสเมื่อครั้งปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามของนโปเลียน ธรรมเนียมการสร้างประตูชัยนี้เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยโรมันที่เราจะได้เห็นกันในตอนท้ายๆที่เราไปเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี

ประตูชัยอาร์ค เดอ ทริออม (Arc de triomphe de l’Étoile)

ในวันนี้เราได้มีโอกาสขึ้นชมดาดฟ้าของประตูชัยซึ่ง ณ จุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นตรงประวัติศาสตร์ลากตั้งแต่พระราชวังลูฟวร์ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านสวนตุยเลอรีและประตูชัยแห่งนี้จนไปถึงประตูชัยใหม่ (La Defense) ตรงจุดนี้เราจะได้เห็นทั้งหมดเป็นเส้นตรงเดียวกันค่ะ

ในการเดินขึ้นชมชั้นบนจะต้องเดินขึ้นบันไดวนที่เล่นเอาเหงื่อตกกันทีเดียวไปจนถึงชั้นพิพิธภัณฑ์ และร้านขายของที่ระลึก สามารถหามุมพักขาได้ที่นี่ก่อนที่จะขึ้นไปดาดฟ้าที่จะมองเห็นทิวทัศน์กลางกรุงปารีส

เราต้องขึ้นบันไดวนนี้เพื่อไปยังดาดฟ้าเล่นเอาเหงื่อตกเลยทีเดียว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลังจากเก็บบรรยากาศประตูชัยแล้วเราก็เดินทางต่อไปยังทรอคาเดโร (Trocadéro) ซึ่งที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรม ได้ชมส่วนนิทรรศการจำลองแบบซุ้มประตูและปฏิมากรรมที่อยู่ในสถานที่สำคัญต่างๆ บริเวณนี้ยังเป็นจุดที่ดีในการชมและถ่ายภาพหอไอเฟลได้แบบเต็มตาด้วยค่ะ

และหากเพื่อนๆ มาถึงที่นี่เวลาเที่ยง ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะลองนั่งทานข้าวในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะวิวของห้องอาหารจะเห็นเป็นหอไอเฟลแบบเต็มๆ ตา

หลังจากเก็บภาพหอไอเฟลจากทรอคาเดโร่ เราก็เดินไปชมหอไอเฟลอย่างใกล้ชิดโดยระยะทางที่เดินไปก็หนึ่งเหนื่อยพอดี ถ่ายรูปและนั่งพักทานขนมกันริมแม่น้ำแซนพอหอมปากหอมคอ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราออกจากหอไอเฟลเดินไปทางสะพาน Pont de Bir-Hakeim ที่เป็นฉากในหนังเรื่อง Inception เพื่อขึ้นรถไฟฟ้ากลับโรงแรมเพื่อเช็คอิน

ได้อาบน้ำให้พอสดชื่นแล้วไปเยือนที่สำคัญที่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปให้ได้ในค่ำคืนนี้ก็คือ “พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์” ซึ่งถ้าจำไม่ผิดจะเปิดให้ชมในเวลากลางคืนในวันพุธและศุกร์ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เก็บภาพสวยๆและชื่นชมผลงานมาสเตอร์พีซโดยไม่ต้องเบียดเสียดกับคนมากนัก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

และงานนี้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆเพราะเราได้พบกับนางเอกของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั่นก็คือ Mona Lisa ผลงานชิ้นเอกของ Leonardo da Vinci อย่างใกล้ชิด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

รวมถึงรูปแกะสลัก The Winged Victory of Samothrace ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะ หรือนิเก้ (Nike) ที่เรารู้จักกันในชื่อของแบรนด์สินค้ากีฬาตัวหนึ่ง โลโก้ของมันคือเครื่องหมายถูก หรือจริงๆก็คือปีกแห่งชัยชนะของเทพีกรีกองค์นี้นั่นเอง

หลังจากได้ชมผลงานที่ตั้งใจจะเข้าไปดูให้เต็มตาโดยไม่มีคนรบกวนมากนักเราก็แวะเก็บภาพบรรยากาศลูฟวร์ในยามค่ำคืนซึ่งให้บรรยากาศสวยงามไปอีกแบบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตั้งใจว่าจะกลับมาเดินชมอีกครั้งตามแผนในวันที่ 4 ในปารีส ก่อนกลับบ้านไปพักผ่อนพร้อมสำหรับการเดินทางในวันถัดไป^^

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s